EV Charger

ชาร์จรถไฟฟ้าด้วยปลั๊กบ้านได้ไหม? ต่างจาก Wall Charger ยังไง

ใช้สายชาร์จที่แถมมากับรถเสียบปลั๊กบ้านได้ แต่ชาร์จช้า และเต้ารับต้องพร้อมรับไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมง บทความนี้เทียบเวลาชาร์จ บอกเต้ารับที่ไม่ควรใช้ และเมื่อไหร่ควรติด Wall Charger

ภาพประกอบเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสีเงินติดผนัง ไม่ใช่ภาพผลงานติดตั้งจริง
ภาพประกอบบทความ ไม่ใช่ภาพผลงานของ VAI VOLT

ตอบสั้น ๆ ก่อน

ได้ครับ รถไฟฟ้าส่วนใหญ่แถมสายชาร์จแบบพกพามาให้ เสียบกับเต้ารับในบ้านได้เลย แต่ชาร์จช้า และเต้ารับนั้นต้องพร้อมรับไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมงจริง ๆ ไม่ใช่เต้ารับไหนก็ได้

ถ้าขับวันละไม่กี่สิบกิโล แล้วจอดค้างที่บ้านทั้งคืน ปลั๊กบ้านอาจพอ แต่ถ้าขับเยอะ หรืออยากให้รถเต็มทุกเช้าแบบไม่ต้องคิด Wall Charger จะสบายกว่ามาก

ช้ากว่ากันแค่ไหน

สายชาร์จพกพาส่วนมากจ่ายไฟได้ราว 2–3.5 กิโลวัตต์ ขึ้นกับรุ่นและการตั้งค่า ส่วน Wall Charger แบบ 1 เฟสที่ติดตามบ้านทั่วไปจ่ายได้ราว 7 กิโลวัตต์

ลองคิดแบบหยาบ ๆ ก็ได้ครับ เอาขนาดไฟที่ต้องเติม (kWh) หารด้วยกำลังชาร์จ (kW) จะได้จำนวนชั่วโมงคร่าว ๆ

  • เติม 30 kWh ด้วยปลั๊กบ้าน 2.3 kW ใช้ประมาณ 13 ชั่วโมง
  • เติม 30 kWh ด้วย Wall Charger 7 kW ใช้ประมาณ 4–5 ชั่วโมง

ตัวเลขจริงจะช้ากว่านี้นิดหน่อยเพราะมีการสูญเสียระหว่างชาร์จ และรถแต่ละรุ่นรับไฟ AC ได้ไม่เท่ากัน บางคันรับได้สูงสุดแค่ 6.6 หรือ 7 kW ต่อให้ติดเครื่องที่แรงกว่าก็ไม่ได้เร็วขึ้น

เต้ารับแบบไหนที่ไม่ควรใช้ชาร์จ

ตรงนี้สำคัญกว่าเรื่องความเร็วครับ การชาร์จคือการดึงไฟเกือบเต็มกำลังของเต้ารับติดกันหลายชั่วโมง ต่างจากไดร์เป่าผมหรือกาต้มน้ำที่ใช้แป๊บเดียว

  • ปลั๊กพ่วงทุกชนิด แม้จะเป็นรุ่นที่ดูหนา
  • เต้ารับที่ไม่มีสายดิน หรือเป็นแบบสองรู
  • เต้ารับเก่าที่หลวม เสียบแล้วโยก หรือเคยมีรอยไหม้
  • เต้ารับที่อยู่วงจรเดียวกับแอร์หรือเครื่องทำน้ำอุ่น
  • เต้ารับนอกบ้านที่โดนฝนโดยไม่มีฝาครอบกันน้ำ

ถ้าระหว่างชาร์จเอามือแตะหัวปลั๊กแล้วรู้สึกอุ่นจัด หรือได้กลิ่นพลาสติก ให้หยุดใช้เต้ารับนั้นทันที แล้วให้ช่างดูก่อน

ถ้าจะใช้ปลั๊กบ้านจริง ๆ ควรทำอะไรบ้าง

ทางที่ผมแนะนำคือเดินวงจรใหม่สำหรับเต้ารับชาร์จรถโดยเฉพาะ ใช้สายขนาดที่รับไฟต่อเนื่องได้ มีสายดิน และมีเครื่องตัดไฟรั่วคุมวงจรนั้น ค่าใช้จ่ายถูกกว่าติด Wall Charger เต็มชุด แต่ปลอดภัยกว่าเสียบเต้ารับเดิมมาก

ถ้าคิดว่าอีกไม่นานจะเปลี่ยนไปใช้ Wall Charger ก็บอกช่างตั้งแต่ตอนนี้ จะได้เลือกขนาดสายเผื่อไว้ ไม่ต้องรื้อเดินใหม่อีกรอบ

Wall Charger ได้อะไรมากกว่าความเร็ว

นอกจากชาร์จเร็วขึ้น เครื่องติดผนังส่วนใหญ่ตั้งเวลาชาร์จได้ ซึ่งช่วยมากถ้าใช้มิเตอร์ TOU ที่ค่าไฟกลางคืนถูกกว่า บางรุ่นตั้งให้ลดกำลังชาร์จเองเมื่อในบ้านเปิดแอร์หลายตัวพร้อมกัน และสายไม่ต้องม้วนเก็บทุกวัน

ข้อแลกคือต้องดูความพร้อมของมิเตอร์และตู้ไฟก่อน บ้านที่มิเตอร์เล็กอาจต้องขอเปลี่ยนกับการไฟฟ้า เรื่องนี้ผมเขียนแยกไว้ในบทความเรื่องมิเตอร์ครับ

คำถามที่พบบ่อย

ชาร์จด้วยปลั๊กบ้านทุกวัน แบตเสื่อมเร็วไหม?

ไม่ครับ การชาร์จช้าไม่ได้ทำร้ายแบต สิ่งที่ต้องห่วงคือเต้ารับและสายไฟในบ้านมากกว่า

ใช้ปลั๊กพ่วงต่อสายให้ถึงรถได้ไหม?

ไม่ควรเลยครับ ปลั๊กพ่วงไม่ได้ออกแบบมาให้รับไฟสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง ถ้าสายไม่ถึง ให้ย้ายหรือเพิ่มเต้ารับใกล้ที่จอดแทน

ค่าไฟชาร์จด้วยปลั๊กบ้านกับ Wall Charger ต่างกันไหม?

ต่อหน่วยแทบไม่ต่างครับ ค่าไฟขึ้นกับจำนวนหน่วยที่เติมและอัตราค่าไฟของมิเตอร์ ไม่ได้ขึ้นกับว่าชาร์จช้าหรือเร็ว

ปรึกษา VAI VOLT

ส่งรูปหน้างาน บอกจังหวัด และสิ่งที่อยากทำ เราช่วยดูเบื้องต้นให้ก่อนนัดสำรวจ

ถามเรื่องชาร์จที่บ้านทาง LINE